: : : ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy) : : :

ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy)



 
   สำนักงาน ปปส
   สถาบันธัญญารักษ์
   NCTC
   ASPAC - NGP
   สุขบัญญัติ
   สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2
   สำนักนายกรัฐมนตรี
   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 
            
            
 
 
 
 
 
Home : : หน้าแรกยาเสพติดMusic : : MVบทความลิงค์อื่น ๆContact : : Me
          ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy) เป็นยาเสพติดกลุ่มเดียวกัน จะแตกต่างกันบ้างในด้านโครงสร้างทางเคมี ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี
เท่าที่พบส่วนใหญ่จะมีองค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญ คือ
          ๑) 3, 4- Methylenedioxymethamphetamine (MDME)
          ๒) 3, 4- Methylenedioxyamphetamine (MDA)
          ๓) 3, 4- Methylenedioxyethylamphetamine (MDE หรือ MDEA)

          ลักษณะของยาอี มีทั้งที่เป็นแคปซูลและเป็นเม็ดยาสีต่าง ๆ แต่ที่พบในประเทศไทย ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบน เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8-1.2 ซม. หนา 0.3-0.4 ซม. ผิวเรียบ และปรากฏสัญลักษณ์บนเม็ดยา  เป็นรูปต่าง  ๆ  เช่น  กระต่าย, ค้างคาว, นก, ดวงอาทิตย์, PT ฯลฯ
เสพโดยการรับประทานเป็นเม็ด จะออกฤทธิ์ภายในเวลา 45 นาที และฤทธิ์ยาจะอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 6-8 ซม.

          ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี เป็นยาที่แพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวกลางคืน ออกฤทธิ์ใน 2 ลักษณะ คือ
ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท  ในระยะสั้น ๆ หลังจากนั้น  จะออกฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง  ฤทธิ์ของยาจะทำให้ผู้เสพ
รู้สึกร้อน  เหงื่อออกมาก  หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง  การได้ยินเสียง และการมองเห็นแสงสีต่าง ๆ ผิดไปจากความเป็นจริง
เคลิบเคลิ้ม ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ อันเป็นสาเหตุที่จะนำไปสู่พฤติกรรมเสื่อมเสียต่าง ๆ และจากการค้นคว้าวิจัย
ของแพทย์ และ นักวิทยาศาสตร์หลายท่าน  พบว่า  ยาชนิดนี้มีอันตรายร้ายแรง แม้จะเสพเพียง 1-2 ครั้ง ก็สามารถทำลายระบบ
ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่งผลให้ผู้เสพมีโอกาสติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่าย และยังทำลายเซลส์สมองส่วนที่ทำหน้าที่ส่งสารซีโรโทนิน
(Serotonin) ซึ่งเป็นสารสำคัญในการควบคุมอารมณ์ให้มีความสุข ซึ่งผลจากการทำลายดังกล่าว จะทำให้ผู้เสพเข้าสู่สภาวะของ
อารมณ์ที่เศร้าหมองหดหู่อย่างมาก และมีแนวโน้มการฆ่าตัวตายสูงกว่าคนปกติ

อาการผู้เสพ
          เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ระบบประสาทการรับรู้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด (Psychedelic)
ทำให้การได้ยินเสียงและการมองเห็นแสงสีต่าง ๆ ผิดไปจากความเป็นจริง เคลิบเคลิ้ม ควบคุมอารมณ์ไม่ได้
โทษที่ได้รับ
          การเสพยาอี ก่อให้เกิดผลร้ายหลายประการดังนี้
          1. ผลต่ออารมณ์ เมื่อเริ่มเสพในระยะแรกยาอีจะออกฤทธฺ์กระตุ้นประสาท ให้ผู้เสพรู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา ไม่สามารถ
ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ เป็นสาเหตุให้เกิดพฤติกรรมสำส่อนทางเพศ
          2. ผลต่อการรับรู้ การรับรู้จะเปลี่ยนแปลงไปจากความเป็นจริง
          3. ผลต่อระบบประสาท ยาอีจะทำลายระบบประสาท ทำให้เซลล์สมองส่วนที่ทำหน้าที่หลั่งสารซีโรโทนิน (Serotonin)
ซึ่งเป็นสารสำคัญในการควบคุมอารมณ์นั้น ทำงานผิดปกติกล่าวคือ เมื่อยาอีเข้าสู่สมองแล้ว จะทำให้เกิดการหลั่งสาร "ซีโรโทนิน"
ออกมามากเกินกว่าปกติ  ส่งผลให้จิตใจสดชื่นเบิกบาน แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปสารดังกล่าวจะลดน้อยลง ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า
หดหู่อย่างมาก   อาจกลายเป็นโรคจิต  ประเภทซึมเศร้ า (Depression)  และ  อาจเกิดสภาวะอยากฆ่าตัวตาย  นอกจากนี้การที่
สารซีโรโทนินลดลง ยังทำให้ธรรมชาติของการหลับนอนผิดปกติ จำนวนเวลาของการหลับลดลง นอนหลับไม่สนิท จึงเกิดอาการ
อ่อนเพลียขาดสมาธิในการเรียน และการทำงาน
          4. ผลต่อสภาวะการตายขณะเสพ มักเกิดเมื่อผู้เสพสูญเสียเหงื่อมากจากการเต้นรำ ทำให้เกิดสภาวะขาดน้ำอย่างฉับพลัน
หรือกรณีที่เสพยาอีพร้อมกับดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปมาก หรือผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ จะทำให้เกิดอาการช็อคและเสียชีวิตได้
ฤทธิ์ในทางเสพติด
          ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทในระยะสั้น ๆ จากนั้นจะออกฤทธิ์หลอนประสาท มีอาการติดยาทางจิตใจ ไม่มีอาการขาดยา
ทางร่างกาย
 
 
  Top                                                                                                                                               โทษทางกฎหมาย >>